ท่องเที่ยว กำแพงเมืองจีน

กำแพงเมืองจีน

หากจะเอ่ยถึงกำแพงเมืองจีนแล้ว ทุกคนย่อมต้องรู้จัก เนื่องจากเพราะกำแพงเมืองจีนมีชื่อเสียงระดับโลกถูกยกเป็นแลนด์มาร์กของจีน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนไม่ควรพลาด กำแพงเมืองจีน หรือ The Great Wall of China สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังและยิ่งใหญ่ของเมืองจีน นับเป็นงานก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเท่าที่เคยมีมา

มาทำความรู้จักกับ กำแพงเมืองจีน ก่อนที่คุณจะได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศจริง ๆ

  1. กำแพงเมืองจีนมีความยาว อยู่ที่ 21,196.18 กิโลเมตร หรือ 13,170.7 ไมล์
  2. กำแพงเมืองจีนมีอาณาเขตครอบคลุมทั้งหมด 9 มณฑล คือ มณฑลเหลียวหนิง (Liaoning), มณฑลเทียนจิน (Tianjin), มณฑลเหอเป่ย์ (Hebei), ปักกิ่ง (Beijing), เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน (Inner Mongolia), มณฑลซานซี (Shanxi), มณฑลส่านซี (Shaanxi), เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย (Ningxia) และ มณฑลกานซู (Gansu)
  3. จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของประวัติศาสตร์จีน เป็นผู้สร้างกำแพงเมืองจีนนี้ขึ้นมา ทรงปราบปรามก๊กต่าง ๆ ทั้ง 6 ก๊กได้สำเร็จ รวบรวมจีนเป็นหนึ่งเดียว เพื่อป้องกันศัตรูเข้ามาบุกรุกและปล้นสะดม
  4. วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างกำแพงเมืองจีนมีความหลากหลาย และแตกต่างกันตามแต่ละภูมิประเทศที่กำแพงเหล่านั้นพาดผ่าน ซึ่งมีทั้งหิน ดิน และไม้เป็นวัสดุหลัก แต่บางจุดก็ใช้หินอ่อน หินแกรนิต โคลน หรือดินเผา แต่ที่คงเหลืออยู่ในปัจจุบันมักเป็นกำแพงที่สร้างด้วยหิน
  5. กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นจากแรงงานนับล้าน โดยแรงงานที่ถูกเกณฑ์มาส่วนใหญ่เป็นนักโทษสงครามและทาส และมีแรงงานจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตลงระหว่างการก่อสร้าง และศพเหล่านั้นก็ได้ถูกฝังทับถมอยู่ภายใต้กำแพง จนได้ชื่อว่าเป็นสุสานที่ยาวที่สุดในโลก
  6.  กำแพงเมืองจีนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2530 และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 ของสิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคกลาง ทั้งยังเป็นสิ่งก่อสร้างจากน้ำมือมนุษย์ที่ยาวที่สุดในโลก
  7. วัตถุประสงค์ของการสร้างกำแพงเมืองจีน เพื่อป้องกันอาณาจักรไม่ให้ศัตรูเข้ามารุกรานเมืองหลวงได้ง่าย และยังเป็นแนวบอกชายแดนอีกด้วย รวมระยะเวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้นเกือบสองพันปี
  8. ปัจจุบันกำแพงเมืองจีนที่เราเห็นเป็นเพียงแค่ 1 ใน 3 ของกำแพงทั้งหมดเท่านั้น และมีแนวโน้มว่าอาจจะลดลงอีกเรื่อย ๆ สาเหตุสำคัญมาจากขาดการดูแลและอนุรักษ์
  9. ตามตำนานเล่าว่ากำแพงเมืองจีนมีต้นแบบมาจาก “มังกร” ซึ่งในจีน มังกรเป็นสัตว์สัญลักษณ์ที่แสดงถึงพลังการปกป้องคุ้มครอง และเมื่อมองดูดี ๆ จะเห็นว่ากำแพงเมืองจีนมีลักษณะรูปร่างคล้ายมังกรที่ขดตัวอยู่เหนือภูเขา คล้ายกับว่ากำลังปกป้องอาณาเขตของตัวเองอยู่
  10. กำแพงเมืองจีนถูกใช้เป็นพื้นที่สมรภูมิรบอยู่หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายสงครามจีน-ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นชุดรบระหว่างกองทัพของสาธารณรัฐจีนกับจักรวรรดิญี่ปุ่น ก่อนที่สงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งที่สองจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
  11. กำแพงเมืองจีนมีหลายด่านมาก อย่างในปักกิ่งเองก็มีหลายด่านที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เช่น ด่านปาต๋าหลิ่ง (Badaling) ด่านจูหยงกวน (Juyongguan) ด่านซือหม่าไถ (Simatai) ด่านมู่เถียนยู่ (Mutianyu) เป็นต้น แต่ละด่านมีความสวยงามแตกต่างกัน บางแห่งก็ยังบูรณะไม่เสร็จ บางแห่งสูงชันอันตราย บางแห่งไกลจากกรุงปักกิ่งมาก จึงยังไม่พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม
  12. เมืองริมน้ำกู๋เป่ย์สุ่ยเจิ้น เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กำแพงเมืองจีน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวกำแพงเมืองจีน มักนิยมมาค้างคืนที่นี่ต่อ เพื่อมาดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน
  13.  การเดินทางมาเที่ยวกำแพงเมืองจีน นักท่องเที่ยวจะต้องทำการจองวันและเวลาล่วงหน้า เสียก่อน   ( จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน แต่ไม่เกิน 10 วัน)
ขอบคุณคลิปจาก Mono29

พิกัด 9 ด่านที่อยู่ใกล้เมืองปักกิ่ง

  1. ด่านปาต๋าหลิ่ง (Badaling)เป็นด่านกําแพงเมืองจีนที่นักท่องเที่ยวที่มา เที่ยวจีน นิยมเดินทางไปเยือนมากที่สุดเพราะเดินทางง่าย ทันสมัยที่สุดมีกระเช้าลอยฟ้าและรถรางให้นั่ง รวมถึงมีร้านอาหารมากมาย แต่ข้อเสียคือจุดนี้คนจะหนาแน่นนมาก หาจุดที่เป็นส่วนตัวหรือจุดถ่ายรูปได้ยาก
  2. ด่านมู่เถียนยู่ (Mutianyu)เป็นด่านที่ได้รับการบูรณะจนมีสภาพสมบูรณ์ ใกล้เคียงกับของเดิมที่สุดในบรรดา ด่านกําแพงเมืองจีน ข้อดีคือมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ห้อมล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่สุดลูกหูลูกตาเดินทางได้สะดวกสบายเช่นกัน เพราะอยู่ห่างจากปักกิ่งแค่ 70 กม. มีกระเช้าให้ขึ้นด้วย
  3. ด่านจูหยงกวน (Juyongguan) เป็นอีกหนึ่งจุดของกำแพงเมืองจีนที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะชม เพราะห่างจากกรุงปักกิ่งเพียง 50 กิโลเมตรเท่านั้น จุดนี้มีความน่าสนใจตรงที่มีจารึกภาษาต่าง ๆ วัด และสวนกระจายรอบบริเวณใกล้เคียง และกำแพงทอดยาวตามแนวเทือกเขาไท่หังซานกว่า 4 กิโลเมตร
  4.  ด่านจินซานหลิ่ง เป็นด่านที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากอยู่ไกลตัวเมืองมาก สภาพของกำแพงเมืองจีนส่วนนี้ค่อนข้างจะเก่า ไม่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม
  5.  ด่านซือหม่าไถ ว่ากันว่าเป็น ด่านกําแพงเมืองจีน ที่สวยที่สุด  เนื่องจากมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ตั้งอยู่บนแนวเขาที่มีความสูงชัน และเป็นด่านเดียวในบรรดา 9 ด่านที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมในเวลากลางคืน
  6. ด่านเจี้ยนโค่ว เป็นด่านที่ถือว่าหฤโหดเนื่องจากตั้งอยู่ในที่จุดสูงชันยังไม่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมเหมือนกับด่านอื่น ๆ นักท่องเที่ยวจึงไม่นิยมมาที่นี่
  7. ด่านหวงฮวาเฉิง เป็นด่านที่อยู่ติดริมน้ำ ตั้งอยู่ในเขตหวยโหรว ทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่ง ซึ่งห่างออกไปประมาณ 70 กม. จุดนี้นอกจากจะได้ชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติแล้ว ยังจะได้ชมความสวยงามของทะเลสาบและธรรมชาติโดยรอบด้วย
  8. ด่านเจียยวี่กวน มีเอกลักษณ์คือ เป็นกำแพงที่สร้างจากอิฐสีเหลืองนวลกลมกลืนกับทะเลทรายโกบีที่ล้อมรอบ และเป็นกำแพงที่ไม่สูงนัก ต่างจากด่านอื่นที่สร้างด้วยอิฐและหินสีเทา ซึ่งทอดตัวตามแนวเขาสูงตระหง่าน
  9. ด่านซานไห่กวน ปลายสุดของกำแพงเมืองจีน ต้องมาที่ ด่านซานไห่กวน เป็น ด่านเดียวที่อยู่ติดทะเล โดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองฉินฮว่างต่าว ระหว่างมณฑลเหอเป่ย และมณฑลเหลียวหนิง ด้านเหนือติดกับภูเขาเยียนซาน ด้านใต้ติดทะเลป๋อไห่ โดยเราจะเห็นวิวภูเขาสูงไปพร้อมๆ กับท้องทะเลบนกำแพง ด่านนี้มีข้อดีคือเป็นกำแพงที่ทางเดินไม่ค่อยลาดชันเหมือนด่านส่วนใหญ่ เนื่องจากพื้นที่ชายฝั่งทางด้านที่กำแพงตั้งอยู่มีลักษณะเป็นชายหาด

จะเห็นได้ว่ากำแพงเมืองจีน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก แทบจะไม่อยากเชื่อสายตาว่าสิ่งที่พบเจอถูกสรรค์สร้างจากหยาดเหงื่อมนุษย์ นับเป็นสถานที่ทรงคุณค่า น่าทึ่งเป็นอย่างมาก รับรองได้ว่าใครที่ได้มาเที่ยวสถานที่แห่งนี้แล้วจะประทับใจมิรู้ลืม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น