ท่องเที่ยว ล่องแพกาญจนบุรี

ล่องแพกาญจนบุรี

กาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่คิดว่าหลายๆ คนก็คงเคยไปบ่อยๆ เช่นกัน เพราะนอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ยังอยู่ใกล้ กรุงเทพฯ อีกด้วย เดินทางก็ไม่นาน สามารถไปเที่ยวได้ในระยะเวลาสั้นๆ อย่างเช่น เสาร์-อาทิตย์ ได้อย่างสบาย ๆ กาญจนบุรีขึ้นชื่อเรื่อง การล่องแพ เดิมไม่ใช่เป็นการท่องเที่ยว แต่เป็นการขนส่งสินค้าทางน้ำ โดยใช้วิธีผูกไม้ซุงรวมกันเป็นแพ เรียกว่า “ล่องแพ” ในสมัยนั้น ต่อมาการสัญจรทางน้ำเริ่มเป็นที่นิยม เลยพัฒนาจากการส่งสินค้า มาเป็นการเดินทางทางน้ำที่จะสามารถให้บริการผู้โดยสารจำนวนมาก ในแต่ละครั้ง ซึ่งแพที่ใช้ส่วนมากจะทำมาจาก ไม้สัก ไม้สมพง ไม้กระท้อ

ต่อมาการสัญจรทางบกมีการพัฒนาไปมาก การเดินทางโดยการใช้แพ พัฒนากลายเป็นเรือเครื่องยนต์ ทำให้การล่องแพเพื่อการเดินทางถูกยกเลิกไปโดยปริยาย เนื่องจากการใช้เรือที่ใช้เครื่องยนต์ สามารถเดินทางได้เร็วและปลอดภัยมากกว่า

การล่องแพกาญจนบุรี

เป็นที่นิยมกันอย่างมากของนักท่องเที่ยว เพราะเสน่ห์อยู่ที่ได้นั่งล่องแพตามสายน้ำ ดูวิวธรรมชาติ พร้อมกับเสียงเพลง เสียงดนตรี ทานอาหารดื่มกินไปในคราวเดียวกัน ชิลไปกับธรรมชาติสวย ๆ พักกาย พักใจ ไปกับกิจกรรมสนุก ๆ บนแพลอยน้ำ มีทั้ง แพเปียก ห่วงยางแฟนซี พายเรือ ตกปลา ฯลฯ พร้อมกิจกรรมบนเรือ ทีวี คาราโอเกะ ครบครัน ซึ่งวันนี้จะพามาล่องแพแม่น้ำแควจังหวัดกาญจนบุรีกัน การล่องแพจะต้องต้องเตรียมเสบียงทั้งอาหารและเครื่องดื่มไปให้พร้อม ส่วนของบางอย่างทางแพอาจจะมี เช่น น้ำดื่ม น้ำแข็ง ฯลฯ ก็ลองสอบถามดูก่อนครับ จะได้ไม่ต้องขนกันไปมากมาย หรือถ้าเตรียมไปเองได้ก็เตรียมไปจะได้ประหยัด ส่วนแพก็มีหลายขนาดควรเลือกให้เหมาะกับจำนวนคนและกิจกรรมที่ต้องการ

ขอบคุณคลิปจาก Chillpainai ชิลไปไหน

ขนาดของแพ

 แพขนาดกลาง สามารถพักได้ประมาณ 15-20 คน บนแพมีห้องนอนอยู่ 2 ห้อง แต่ละห้อง นอนได้ประมาณ 2-3 คน  มีห้องน้ำอยู่ท้ายแพ มีเครื่องครัว เตา แก้ว จาน ชาม ไว้ในการประกอบอาหาร ซึ่งการได้มากับเพื่อนกลุ่มใหญ่แบบนี้ เราเลือกที่จะเอาเสื่อ ฟูก และผ้าห่ม ออกมาปูนอนเรียงกันอยู่ข้างนอก มันได้อารมณ์ดี สำหรับใคร ที่อยากมาเที่ยวเมืองกาญจนบุรี แต่ไม่สะดวกนอนบนแพ ก็สามารถ ค้นหาที่พัก ที่ถูกใจก่อนได้ ที่กาญจนบุรีมีที่พักสวย ๆ หลายที่เลย สามารถจองที่พักในกาญจนบุรีผ่านเว็บไซต์ Traveloka หรือเซิร์จอินเตอร์เน็ตดูได้เลย จองง่าย สามารถชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง จากนั้นค่อยมาหาเช่าแพเปียกล่องไปเล่นน้ำตก

 หลังจากขนของลงแพเป็นที่เรียบร้อย เรือลำเล็กก็ลากแพออกไปตามแม่น้ำ บรรยากาศในวันหยุดเช่นนี้ คนมาพักผ่อนเยอะ ทำให้ดูค่อนข้างจะคึกคัก แพก็ล่องไปเรื่อย ๆ ให้ได้ชมวิวธรรมชาติทั้ง 2 ฝั่ง ด้านหลังของแพที่ลากล่องกันไปนั้น มีแพเล็ก ๆ เป็นแพเปียกที่สามารถเดินลงไปนั่งเล่นได้ เล่นน้ำไปด้วยในตัว ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยควรสวมเสื้อชูชีพ ด้วยนะ ระหว่างล่องแพไปก็ผ่านบรรดาแพพัก และรีสอร์ทต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ระหว่างที่แพค่อย ๆ ลากไปเรื่อย ๆ บางช่วงที่ใครนึกสนุกก็อาจลงไปในน้ำแล้วเกาะแพเปียกให้พาลากไปตามน้ำ แพลากมาถึง “น้ำตก” ซึ่งตรงจุดนี้ คนค่อนข้างจะเยอะมาก ๆ หลายแพมาจอดหยุดเล่นน้ำตกกันที่จุดนี้ เมื่อแพเริ่มออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ บรรยากาศรอบข้างก็ดูเหมือนจะสงบขึ้น เสียงอึกทึกจะลดลง ตลอดระยะทาง นั่งชมบรรยากาศรอบข้าง ซึ่งทั้งสองฝั่งธรรมชาติก็สวยงาม แพถูกลากมาจอด อยู่ที่ริมฝั่งแห่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นจุดปักหลักสำหรับค่ำคืนนี้ บรรยากาศบริเวณนี้ โดยรอบดูสงบ ไม่วุ่นวาย และตรงฝั่งที่เราจอดแพก็มีลักษณะเป็นหาดทราย ที่สามารถลงไปเดินเล่น แช่น้ำเล่นได้ ช่วงเวลานี้จึงเป็นเวลาของการเล่นน้ำตามอัธยาศัยกันไปจ้า บางคนเมื่อมาถึงจุดนี้ใครใคร่อยากโดดน้ำก็เอาได้เต็มที่ ใครอย่างนั่งดื่มก็เชิญตามสบาย

การเตรียมอาหารมาทานบนแพ

เนื่องจากต้องพักค้างคืนกันที่นี่ เสบียงอาหารจึงจำเป็นที่ต้องเตรียมมา ซึ่งถ้าไม่อยากลำบากก็อาจนำเสบียงแบบสำเร็จรูปลงแพมาเพื่อทานได้ หรือจะให้ทางแพเตรียมอาหารไว้ให้ก็ตามแต่ความสะดวกของแต่ละคน แต่ไหน ๆ มีโอกาสมาเที่ยวพักผ่อน แบบนี้แล้วก็ขอปิ้งย่าง ทำอาหารกันเอง กินกันเอง คงจะได้อารมณ์มากกว่า และบนแพก็มีอุปกรณ์ในการทำอาหารเตรียมเอาไว้ให้อย่างครบครันทีเดียว พร้อมกับถุงขยะสีดำใบใหญ่ สำหรับใส่เศษขยะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างที่พักอาศัยบนแพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันรักษาความสะอาดกันด้วย ช่วงเวลาของการทำอาหาร เหมือนว่าจะเล่นน้ำไปทำอาหารไป ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นจากน้ำมาดูผลงาน การปิ้งย่างที่ค้างบนเตา คอยพลิกไป พลิกมา ซึ่งในบางจังหวะอาจเผลอจนทำให้บางชิ้นไหม้ไป แต่ก็สนุกดี คอยปิ้งไป ชิมไป เล่นน้ำไป ชิ้นไหนไหม้ก็บ่นกันไป ส่วนชิ้นไหนดี นำมาหั่นแล้วจิ้มน้ำจิ้ม หยิบใส่ปาก อืม…นึกดูสิ เมื่ออาหารทุกอย่างพร้อม ก็ถึงเวลาที่มานั่งล้อมวง สนทนาดื่มกินกัน บรรยากาศยามเย็นช่างเป็นใจ ประกอบกับได้ร้องเพลง ฟังดนตรี อื้อฮือ สุขใจจริง ๆ ณ ตรงนั้นใครจะนั่งดื่มกินนานเท่าไรก็ตามสบายเพียงแต่ว่าเมื่อดึกหน่อยอาจจะต้องเบาเสียงเพลงเสียงดนตรีลง  ครั้นเมื่อถึงตอนนอนก็นอนตรงในแพนั้นเลย

ครั้นยามเช้า บางทีอาจจะได้เห็นเรือขายก๋วยเตี๋ยวมาขนาบข้างขายให้เราได้กินกัน เพราะตอนเช้าคงไม่มีใครอยากจะลุกมานั่งทำกับข้าวเอง ต้องอาศัยซื้อสำเร็จรูปกินแบบนี้แหละ รสชาติก็อร่อยไปอีกแบบ อาจจะเพราะด้วยบรรยากาศด้วยกระมังที่ทำให้รู้สึกฟินแบบนี้

ขากลับแพจะลากกลับประมาณ 11 โมง ใครที่ยังเล่นน้ำยังไม่หนำใจ ก็ยังพอมีเวลาเล่นโดดน้ำกันได้อีก  ซึ่งระหว่างที่นั่งกลับช่วงเวลาที่เหลือไม่กี่ชั่วโมงนี้ ก็เป็นช่วงเวลาของการอิ่มเอมกับธรรมชาติกันให้เต็มที่จดจำบรรยากาศที่ประทับใจไว้ อาจจะถ่ายรูปหรือบันทึกวิดีโอไว้ดูในวันข้างหน้ากัน  เมื่อเรือลากแพกลับมายังจุดเริ่มต้นลงแพ ก็ช่วยกันขนของลงจากแพ และ เก็บของขึ้นรถให้เรียบร้อย ถือเป็นการสิ้นสุดการมา “พักผ่อน นอนแพ” ในครั้งนี้

เป็นไงกันบ้างล่ะ ประสบการณ์ดี ๆ ในการล่องแพเมืองกาญจน์ จริง ๆ ยังมีอีกเยอะนะ การถ่ายทอดเป็นตัวหนังสืออาจจะไม่เหมือนการได้มาสัมผัสเหตุการณ์จริง ใครว่าง หรือสะดวกลองไปเที่ยวดู จะรู้ว่าของจริงที่ว่ามันดีกว่าอย่างไร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น