ท่องเที่ยว วัดท่าซุง

วัดท่าซุง

วัด คือ สถานที่สำหรับประกอบกิจกรรมทางศาสนาของผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ ประเทศไทยมีวัดอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ละที่นอกจากจะใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจทางศาสนาแล้วยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้คนมาชมความงดงามของ อุโบสถ สถานที่ต่าง ๆ ด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำทำความรู้จักกับวัดท่าซุง วัดที่ถือว่ามีความงดงามและน่าค้นหา

ประวัติวัดท่าซุง

วัดท่าซุง หรือ วัดจันทาราม ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี ตั้งชื่อตามอดีตเจ้าอาวาสชื่อจันท์ (ในสมัยพระนารายณ์มหาราช นายทหารชื่อจันท์ กลับจากศึก เชียงใหม่ มาตาม หาภรรยาไม่พบเลยมาบวชที่วัด ต่อมาเป็นสมภาร เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็น วัดจันทาราม ตามชื่อท่านสมภาร หรืออีกชื่อหนึ่งที่ บุคคลทั่วไปนิยม เรียกว่า วัดท่าซุง เพราะในอดีตจังหวัดอุทัยธานี มีป่าไม้มาก จึงมีการขนส่งท่อนซุง มาลงท่าน้ำซึ่งมี แม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านบริเวณวัดท่าซุง เพื่อผูกเป็นแพล่อง ไปตามแม่น้ำ ในปี พ.ศ. 2332 หลวงพ่อใหญ่ (องค์ที่สอง) ท่านได้ธุดงค์มา ปักกลดชาวบ้านท่าซุงมีความเลื่อมใสศรัทธามาก ได้นิมนต์ท่านอยู่ประจำที่วัดท่าซุงนี้ ท่านก็รับนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส ที่วัดนี้มีท่าน เพียงองค์เดียว ในตอนแรกสร้างเสนนาสนะเจริญรุ่งเรือง ในสมัยของท่านและหลวงพ่อท่านเจ้าคุณ พระราชพรหมยาน ท่านได้บอกอีกว่าหลวงพ่อใหญ่ท่านบรรลุพระอรหันต์ที่วัดนี้อีกด้วย กล่าวคือ เมื่อมีชีวิตอยู่ท่านเป็นอนาคามี ก่อนจะมรณภาพท่า ก็เป็นพระอรหันต์ หลวงพ่อเส็ง (หลวงพ่อขนมจีน) ท่านเป็นผู้ช่วยหลวงพ่อใหญ่บูรณะวัดในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์และเป็นเจ้าอาวาสต่อจาก หลวงพ่อใหญ่ท่านเป็น พระอรหันต์รูปที่ 2 ต่อจากหลวงพ่อใหญ่ วัดเจริญต่อมาจนถึงสมัยของหลวงพ่อเล่งและหลวงพ่อไล้ ท่านเป็นพี่น้องกัน ท่านเป็นพระทรงฌานทั้งสองรูป เมื่อจะมรณภาพทุกขเวทนามาก ท่านก็เห็นทุกข์ของการเกิดเป็นทุกข์เพราะร่างกาย เห็นคุณของคำสอนของ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านก็เป็น พระอรหันต์ก่อนมรณภาพทั้งสองรูป ต่อจากนั้นก็ถึงยุคภิกขุพานิช วัดไม่ได้บูรณะมา 47 ปี จนกระทั่ง ถึงปี พ.ศ. 2511 หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) ได้มาริเริ่มบูรณะวัดอีกครั้ง

ขอบคุณคลิปจาก PURIFILM channel

ความโดดเด่นของ “วิหารแก้ว 100 เมตร”

วัดท่าซุงมีความงดงามมากด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ “วิหารแก้ว 100 เมตร” ที่ตกแต่งด้วยโมเสกแก้วเล็กๆทั้งวิหารเสาของวิหาร ประดับด้วยโมเสกแก้ว ทำให้ดูแวววับจับตา วิจิตรงดงามยิ่งนัก ภายในวิหารแก้วนี้ มีโลงบรรจุองค์หลวงพ่อฤๅษีลิงดำซึ่งชาวอุทัยธานีเคารพนับถือกันมานาน ด้านในสุดของวิหารฯ จะมีประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน มีผู้คนกราบไหว้ไม่ขาดสาย ส่วนอีกด้านเป็นบุษบกตั้งสังขารที่ไม่เน่าไม่เปื่อยของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ใครที่อยากจะทำบุญ ด้านในจะมีที่ให้แลกเหรียญและสามารถหยอดตามตู้บริจาคได้ตามใจชอบ ภายในบริเวณวัดท่าซุงนี้ จะพบ ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก)  ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐฉาบปูน ประดับลวดลายไทยปิดทองคำเปลวติดกระจก ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ญาติโยมถวาย รอบนอกปราสาทใช้ทองคำเปลวปิดรอบปราสาท ซึ่งภายในบริเวณใกล้เคียงนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์ “สมบัติพ่อให้” อยู่ตรงข้ามกับ ปราสาททองคำ

ปราสาททองคำ

ปราสาททองคำมี 3 ชั้น

ชั้นแรก บริเวณด้านในมองออกไปด้านนอก กว้างขวางมาก เป็นพิพิธภัณฑ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ โดยจะนำสิ่งของต่าง ๆ ที่ท่านเคยใช้ หรือของส่วนตัวท่านมาประดิษฐานไว้ หรือสร้างจำลองสถานที่พักที่ท่านเคยอยู่อาศัย

ชั้นที่ 2 และ 3 เป็นสถานที่เก็บพระพุทธรูปขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่าง ๆ ที่ญาติโยมนำมาถวาย และอีกที่ที่น่าสนใจ คือ “ที่พักปฏิบัติธรรมพินิจอักษร” ซึ่งอยู่ภายในการดูแลของวัดท่าซุง ซึ่งเปิดให้ผู้ที่มาปฏิบัติธรรม หรือ แม้แต่คนทั่วไปเข้ามาพักได้ แต่ต้องปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบของที่พักอย่างเคร่งครัด จุดแวะชมที่น่าสนใจอีกแห่ง คือ

มณฑปพระปัจเจกพระพุทธเจ้า พระศรีอาริเมตไตรย วิหารสมเด็จองค์ปฐม หอพระไตรปิฎก – หลวงพ่อเงินไหลมาเทมาเจดีย์พุดตาน มณฑปและวิหารอยู่ หลายแห่งแต่ละแห่งมักจะ ติดวัสดุกระจกและล้อมรอบด้วยแก้วใส ส่วนยอดจะสร้างในลักษณะเดียวกัน

ภายในวัดจะมีร้านสวัสดิการวัดท่าซุง อยู่บริเวณขวามือของมหาวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร เพื่อเป็นที่จำหน่ายของกิน ของใช้ที่จำเป็นให้แก่ลูกหลานและผู้มาทำบุญปฏิบัติธรรมที่วัด อาทิเช่น อาหารแห้ง เครื่องดื่ม ยาสามัญฯ ชุดขาว สินค้าโอท็อป ฯลฯ มีร้านกาแฟของวัด หรือ Coffee House (ศาลากาแฟ) ตั้งอยู่ ณ ศาลามิตรศรัทธา บริเวณตรงข้ามมหาวิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร เป็นทั้งสถานที่พักผ่อน อ่านหนังสือ ดื่มกาแฟ และรับประทานอาหารด้วย มีห้องอาหารลูกหลวงพ่อฯ ที่ห้องอาหารนี้มีบริการข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ไอศครีม ขนมน้ำแข็ง และเครื่องดื่มต่างๆ ในราคาย่อมเยา โดยผู้มาใช้บริการต้องบริการตัวเอง และเก็บภาชนะไว้ในที่ที่จัดให้

การปฏิบัติธรรมที่วัด

ตามปกติ ถ้าเป็นช่วงวันธรรมดา ที่วัดไม่ได้มีจัด งานสำคัญ ท่านสามารถมาพักที่วัดได้โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้

– พักครั้งละไม่เกิน 7 วัน (ในพรรษาจะมีพิเศษให้พักปฏิบัติธรรม 3 เดือน มีโรงครัวด้วย)

– การมาพักต้องติดต่อพระเจ้าหน้าที่ ที่ศาลานวราช (อยู่บริเวณโบสถ์ ติดกับหอนาฬิกา)

– ต้องมีบัตรประชาชนหรือใบขับขี่เป็นหลักฐาน

– หากเป็นพระต้องมีใบสุทธิ และ หนังสือรับรองจากเจ้าอาวาสที่ท่านสังกัดมาแสดงโดยทางวัด

– พระเจ้าหน้าที่จะขอเก็บไว้ 1 บัตรหรือใบต่อ 1 ห้องพักเพื่อแลกกับกุญแจ (และไว้มาแลกคืนตอนกลับ)

– ต้องมาติดต่อพระเจ้าหน้าที่ (ไม่ว่าจะขอกุญแจหรือคืนกุญแจ) ต้องติดต่อในช่วงต่อไปนี้เท่านั้นคือ

ช่วงเช้า 9.00 น.ถึง 10.30 น. ช่วงบ่าย 13.00 น.ถึง 16.00 น

(หากติดต่อนอกเวลา จะไม่อนุญาตให้พักในวัด รับเฉพาะผู้มาปฏิบัติธรรมเท่านั้น)

– ที่พักมีพักเป็นห้องๆ หลายจุดในวัด แยกชายหญิง

– เตรียมเสื้อผ้าที่สุภาพมาให้เพียงพอ

– ทางวัดมีห้องน้ำไว้บริการเพียงพอ

– เรื่องอาหารการกินผู้มาปฏิบัติต้องรับผิดชอบตนเอง โดยมีร้านอาหารอยู่หน้าวัด

– ภายในวัด มีร้านสหกรณ์ของวัดจำหน่ายของใช้ของจำเป็นทุกอย่าง

– มีการทำวัตรเช้า เวลา 08.30 น. ที่ศาลานวราช ทำวัตรเย็น เวลา 17.00 น. ที่วิหาร 100 เมตร

– ในวัดมีรถบัสที่ดัดแปลงเป็นรถนั่ง 2 แถวหรือไม่ก็มีรถสามล้อเครื่องให้ใช้บริการตามสะดวก

– ห้ามดื่มเหล้าและเล่นการพนันรวมทั้งอบายมุขทุกอย่าง

-ท่านต้องเคารพในสถานที่และทำตาม “ระเบียบ” ของวัดท่าซุงที่ติดไว้หน้าห้องอย่างเคร่งครัด

จะเห็นได้ว่าวัดแห่งนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งความงดงามของสถานที่ ความงดงามของประติมากรรมต่าง ๆ  การเดินทางไปมาสะดวก ซึ่งเหมาะกับสายบุญทั้งหลายที่อยากจะมาชมสัมผัส ความงาม มากราบไหว้ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ งานนี้ถ้าลองได้มารับรองว่าอิ่มทั้งบุญอิ่มทั้งใจ แน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น